โรงไฟฟ้า COCO มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 815 เมกะวัตต์
และมีปริมาณการผลิตไอน้ำจำนวน 770 ตัน
ต่อชั่วโมง ซึ่งจำหน่ายตรงให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในภาคตะวันออกของ
ประเทศไทย
และ กฟผ. บ้านปูฯ จำหน่ายเงินลงทุนใน COCO
ในปี พ.ศ. 2543 และ พ.ศ. 2544
ในปี พ.ศ. 2537 บ้านปูฯ ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าอีก
2 แห่ง แห่งแรกเป็นของบริษัท
ไตร เอนเนอจี้
จำกัด (Tri Energy Company Limited TECO) และอีกแห่งหนึ่งเป็นของบริษัท
บีแอลซีพี
พาเวอร์ จำกัด
(BLCP Power Limited - BLCP) ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งอยู่ภายใต้โครงการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ
ของ
กฟผ.
โดยโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ TECO มีกำลังการผลิต
700 เมกะวัตต์ และเริ่มจำหน่าย
กระแสไฟฟ้าให้กับ กฟผ.ในปี พ.ศ.2543
ในปี พ.ศ. 2543 บ้านปูฯ ตัดสินใจที่จะเน้นการดำเนินธุรกิจถ่านหินและโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินเป็นหลัก
โดยบริษัทฯ ได้เข้าเจรจากับบริษัท
ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH
ในปี พ.ศ. 2544
เพื่อขายหุ้นใน TECO โดยได้จำหน่ายเงินลงทุนนี้ให้แก่
RATCH ในปี พ.ศ. 2546
บีแอลซีพี
บีแอลซีพี (BLCP) เป็นโครงการโรงไฟฟ้าแห่งที่สามของบ้านปูฯ
ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่างบริษัทในเครือของ
บ้านปูฯ กับ บริษัท ซีแอลพี เพาเวอร์ (บีแอลซีพี)
จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น
50/50 ต่อมาในปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 บริษัท ซีแอลพี เพาเวอร์ (บีแอลซีพี) จำกัด ขายหุ้นร้อยละ 50 ให้แก่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
บีแอลซีพีได้รับการคัดเลือกจาก กฟผ. ให้เป็นผู้สร้าง
เป็นเจ้าของ และดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน
ขนาด 1,434 เมกะวัตต์ที่มาบตาพุด โดยใช้ถ่านหินนำเข้าเป็นเชื้อเพลิง
มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 25 ปี
กับ กฟผ.
โครงการโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี มีมูลค่ารวมประมาณ 1,340
ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับเงินกู้ร้อยละ 75
เมื่อปี
2547
ขณะนี้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 1 และหน่วยที่ 2 ได้สิ้นสุดลงแล้วและเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าได้ใน
เดือนตุลาคม
พ.ศ. 2549 และเดือนกุมภาพันธ์
พ.ศ. 2550 ตามลำดับ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.blcp.co.th)
โครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ
บ้านปูฯ เข้าถือหุ้นในบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง
จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เมื่อมีการเสนอขายหุ้นให้กับ
ประชาชนเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคม พ.ศ.
2543 ต่อมาได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็นร้อยละ
14.99 และได้รับ
สิทธิเข้าร่วมในคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ บริษัท
ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินกิจการ
โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซขนาด 4,345 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดราชบุรี
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ท
ี่ http://www.ratch.co.th)
ประเทศจีน
บ้านปูฯ เริ่มขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าในประเทศจีนเมื่อปี พ.ศ. 2549 ด้วยการเข้าถือหุ้นในบริษัท
Banpu Power Investment Co., Ltd. (BPIC) ซึ่งเป็นเจ้าของและเป็นผู้บริหารโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม
จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าหลวนหนาน (Luannan) โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้ง (Zhengding) และโรงไฟฟ้าโจวผิง
(Zouping) โดยโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 248 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไอน้ำ 748
ตันต่อชั่วโมง โดยผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับบริษัทไฟฟ้าท้องถิ่น และผลิตและจำหน่ายไอน้ำให้กับ
ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม และจำหน่ายความร้อน (district heating) ในฤดูหนาวให้กับประชาชนและลูกค้าภาค
พาณิชย์ในท้องถิ่น
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.banpupower.com.cn)
โครงการหงสา
ในปลายปี พ.ศ. 2549 บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปูฯ) ได้รับสิทธิจากรัฐบาล
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในการเข้าศึกษาเพื่อพัฒนาและลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า
ปากเหมืองที่มีกำลังการผลิต 1,800 เมกะวัตต์ ที่เมืองหงสา แขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด ได้ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้นกับบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH และบริษัท Lao Holding State Enterprise
(LHSE) ซึ่งเป็นวิสาหกิจของรัฐบาล สปป.ลาว เพื่อร่วมดำเนินโครงการหงสา และส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นในโครงการหงสาของบริษัท LHSE เป็นร้อยละ 20 บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด เป็นร้อยละ 40 และ RATCH เป็นร้อยละ 40
ด้วยเงินลงทุนประมาณ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โครงการหงสาคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์
ให้กับกฟผ. ได้ในปี พ.ศ. 2558
การลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าในอนาคต
ในอนาคต บ้านปูฯ จะเน้นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าที่สอดคล้องกับธุรกิจถ่านหินที่มีอยู่
นอกจากนี้ บริษัทฯ
ยังคงแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน
ทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซีย จีน
และประเทศอื่นๆ ในเอเชียด้วย
คลิกที่นี่ เพื่อชมแผนผังธุรกิจของกลุ่มบ้านปูฯ